Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมทางไกล รับมอบนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” สั่งการรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ย้ำ “ชีวิตประชาชน” ต้องมาก่อน

 
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล ในการประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ข้อมูลสถานการณ์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 21.00 น.
ที่ประชุมรับทราบการคาดหมายลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์น้ำและผลกระทบ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากกรมชลประทาน ตลอดจนแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด บริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในลักษณะ CEO โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องรอให้เกิดความสูญเสีย เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนประสานความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยจังหวัดสามารถประสานขอรับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย

สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมประจำปี 2569 สศช. ขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผน 14

 
วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนางนงลักษณ์ เพชรรอด ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้หัวข้อ “แผน 14: เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม” (Thailand’s Next Agenda) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) รวมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แผน 14: เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งปลดล็อกข้อจำกัดของประเทศ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปลี่ยนผลลัพธ์จากการพัฒนาให้เกิดเป็นรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี โครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ และสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาประเทศไม่ได้หมายถึงเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่รวมถึงความสามารถของประเทศในการทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งในภาวะปกติและเมื่อเกิดวิกฤต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมทางไกลรับมอบนโยบาย "โครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ประชาชน" พร้อมเร่งรัดมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569

 
วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น.
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมรับฟังการประชุมชี้แจงโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meetings) โดยเป็นการถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการแจ้งข้อราชการและมอบนโยบายจากส่วนกลาง
การประชุมในครั้งนี้มีวาระสำคัญเพื่อชี้แจงรายละเอียดและแนวทางการดำเนินงาน "โครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน" โดยมีหน่วยงานหลักร่วมชี้แจงขั้นตอนต่างๆ ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้แจงที่มาและวัตถุประสงค์ของโครงการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ชี้แจงรายละเอียดกรมธรรม์ซึ่งให้ความคุ้มครอง 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ที่อยู่อาศัยกลุ่ม วงเงินความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มกรณีเสียชีวิต วงเงิน 2,000,000 บาทต่อคน สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) ชี้แจงคู่มือการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ขั้นตอนการดำเนินงาน และช่องทางร้องเรียน และกรมการปกครอง ชี้แจงการจัดการฐานข้อมูลทะเบียนบ้านและหลังคาเรือนที่ประสบภัย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อให้หน่วยงานในระดับพื้นที่รับทราบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือและการใช้งานระบบนำเข้าข้อมูลผู้ประสบภัย เพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาและการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมทางไกล รับมอบนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” สั่งการรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ย้ำ “ชีวิตประชาชน” ต้องมาก่อน

 
วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปก.ช.) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference System) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่วนกลาง
ในการประชุม นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด บริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในลักษณะ CEO โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ต้องรอให้เกิดความสูญเสีย เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำและเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
สำหรับข้อสั่งการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ได้แก่ การให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการอพยพและดูแลกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอและครอบคลุม รวมถึงกำกับดูแลคุณภาพอาหารที่นำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยให้มีคุณภาพและสามารถตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ ยานพาหนะ และรถสุขาเคลื่อนที่ โดยจังหวัดที่ยังไม่ประสบภัยให้เตรียมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมจัดเตรียมกำลังและอุปกรณ์ให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทีมเคลื่อนที่เร็วดูแลความปลอดภัยด้านไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วม และเตรียมการยกหม้อแปลงไฟฟ้าให้พ้นระดับน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาไฟฟ้าดับ
ขณะเดียวกัน ให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นแกนหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นเอกภาพ เพื่อป้องกันความสับสนและข่าวปลอม พร้อมกำชับให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้การจัดสรรเงินช่วยเหลือ การฟื้นฟู และการเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานและประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ พร้อมเปิดช่องทางให้จังหวัดสามารถประสานขอรับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!