Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี รับมอบธงกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมในจังหวัด


วันที่ 12 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 13.00 น.

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคส่วน และพสกนิกรชาวสุราษฎร์ธานี นับพันคนมารอต้อนรับและร่วมพิธีรับมอบธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จาก นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย คณะหัวหน้าส่วนราชการและชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ลานพิธี สถานีตำรวจภูธรเขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจุดเขตแดนรอยต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ฯ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วงวันที่ 12 – 14 มิถุนายน 2567 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โครงการเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28กรกฎาคม 2567 เป็นโครงการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดจัดขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดได้มีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการน้อมนำแนวทางในเรื่องการดูแลสุขภาพพลานามัยด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติฯ โดยแบ่งสายกิจกรรมออกเป็น 10 เส้นทาง เส้นทางละ 72 คันธง รวมจำนวน 720 คันธง ส่งต่อไปยังทุกจังหวัดและเคลื่อนขบวนธงตราสัญลักษณ์จากทุกภูมิภาคเข้ามายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเข้าขบวนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
ซึ่งในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ในสายที่ 8 ต้นทางจากจังหวัดยะลา มีกำหนดเส้นทางการเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ฯ ผ่านพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใน 7 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอเวียงสระ บ้านนาสาร บ้านนาเดิม พุนพิน ท่าฉาง ไชยา และอำเภอท่าชนะ ก่อนจะส่งต่อให้จังหวัดชุมพร ที่อำเภอละแม โดยในช่วงเย็นวันที่ 13 มิถุนายน 2567 จะมีพิธีฉลองธงตราลัญลักษณ์ ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พร้อมจัดการแสดงทางวัฒนธรรม การฉายภาพยนตร์สารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและช่วงเช้าวันที่ 14 มิถุนายน 2567 จะเคลื่อนขบวนไปยังอำเภอท่าชนะ เพื่อส่งต่อธงที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร รวมระยะทาง 150 กิโลเมตร

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านสุขภาพ ประเด็นพัฒนาเมืองสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗

       
วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐น.ณ ห้องประชุมไชยา ชั้น ๕ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านสุขภาพ ประเด็นพัฒนาเมืองสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Suratthani Herbal City) ซึ่งเป็นพันธกิจร่วมกันของหน่วยงานบูรณาการทุกภาคส่วน เครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัด และกระทรวงสาธารณสุข ได้คัดเลือกให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็น ๑ ใน ๔ จังหวัด "ต้นแบบเมืองสมุนไพร"โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการดำเนินงานพัฒนาเมืองสมุนไพรแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ(การปลูกสมุนไพร) กลางน้ำ (การผลิตยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และปลายน้ำ (การให้บริการแพทย์แผนไทย การใช้สมุนไพร และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) ในการขับเคลื่อนงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน มุ่งเน้นการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจร การส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริการแพทย์แผนไทยและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เกิดการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ แก่ประชาชนต่อไป

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 4/2567 ณ ห้องตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี


 
วันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 13.30 น.

นายบันดาล  สถิรชวาล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ประชุมคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 4/2567  ณ ห้องตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี  โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
      ในประชุมได้ติดตามผลการสำรวจชาวประมงที่ได้รับความเดือดร้อนจากการห้ามใช้เครื่องมืออวนรุน (เรือขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส)  ซึ่งพบว่ามีทั้งสิ้นจำนวน  139 ลำ  โดยกรมประมงจะวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสำรวจของทุกๆ จังหวัด และเสนอหลักเกณฑ์กลาง ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2567  ผลคดีการประมงและคดีเปรียบเทียบ (ตุลาคม  66 ถึงพฤษภาคม 67) รวมทั้งสิ้น 35 คดี  เปรียบเทียบเป็นเงิน 3,727,500 บาท  จำนวนผู้ต้องหา 61 คน  และติดตามการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ซึ่งประมงจังหวัดฯ ได้ดำเนินโครงการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ณ บริเวณแหล่งน้ำสาธารณะ หมู่ที่ 1 ตำบลตะกรบ อำเภอไชยา มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับปลาหมอคางดำ  การนำไปใช้ประโยชน์  สร้างความตระหนักถึงความสำคัญที่ส่งผลเสียในระบบนิเวศ  และมีการจับปลาหมอคางดำแจกจ่ายไปแปรูปเพื่อบริโภค  และให้มอบสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพ  นอกจากนี้ยังได้พิจารณากำหนดพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำตามมาตรา 56 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยได้กำหนดพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน 13 แห่ง ในพื้นที่ 10 อำเภอ  และพิจารณาเสนอแนวทางการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาการประมง กรณีคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทการเพาะเลี้ยงหอยทะเลในพื้นที่ตามประกาศคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เรื่อง กำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภท การเพาะเลี้ยงหอยทะเล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566 และ (ฉบับที่ 5) 2567 ในพื้นที่อำเภอไชยา ท่าฉาง พุนพิน  เมืองฯ  และกาญจนดิษฐ์
          

จังหวัดสุราษฎร์ธานีประชุมคณะอนุกรรมการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน กรณีผู้ได้รับผลกระทบจากแผนปฏิบัติการทวงคืน (พลิกฟื้น) ผืนป่าชายเลน

 
 
วันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 09.30 น.  ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

นายบันดาล  สถิรชวาล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ประชุมคณะอนุกรรมการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน กรณีผู้ได้รับผลกระทบจากแผนปฏิบัติการทวงคืน (พลิกฟื้น) ผืนป่าชายเลน  ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าชายเลน ท้องที่หมู่ที่ 9  บ้านปากน้ำท่าเคย  ตำบลท่าเคย  อำเภอท่าฉาง  จังหวัดสุราษฎร์ธานี     
      
โดยการประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามผลการดำเนินการสำรวจความเสียหาย  และพิจารณาการใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำและที่พักอาศัยของสมาชิกสมัชชาคนจน  ที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ  แต่ไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมได้  เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าฯ ในท้องที่หมู่ที่ 9 บ้านปากน้ำท่าเคย  รวมจำนวน 9 ราย  เป็นเงินทั้งสิ้น 599,554 บาท     
     
ทั้งนี้สมัชชาคนจนได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมัชชาจน โดยเสนอเรียกร้องขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาให้ได้ข้อยุติ และเกิดผลเป็นรูปธรรม  ซึ่งการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนรวมถึงสิทธิทำกินนั้น  อยู่ภายใต้กรอบข้อกฎหมายอย่างเป็นธรรม อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตที่ดี รวมทั้งเพื่อรักษาไว้ซึ่งความปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่.

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!