Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เน้นย้ำภาครัฐและภาคเอกชนผนึกกำลังขับเคลื่อนจังหวัด มุ่งยกระดับการท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาภาคเกษตรควบคู่การตลาด และต่อยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

 
วันที่ 14 กันยายน 2569
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดและกล่าวให้โอวาทผู้เข้าร่วมโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young Public and Private Collaboration : YPC) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยภาครัฐบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 16 กันยายน 2569 ณ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างข้าราชการและเอกชนรุ่นใหม่ นำไปสู่การบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน รวมจำนวนทั้งสิ้น 40 คน
ซึ่งเป็นการสนองนโยบายนายกรัฐมนตรี ที่มีบัญชาให้แต่ละจังหวัดดำเนินโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด หรือ กรอ.จังหวัด เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างข้าราชการและเอกชนรุ่นใหม่ โดยให้คำนึงถึงความต้องการในการพัฒนาในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เน้นย้ำให้ภาครัฐและภาคเอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อนจังหวัดให้ก้าวหน้าไปกว่าเดิม โดยมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีอย่างยั่งยืน พัฒนาภาคเกษตรควบคู่กับการตลาด ต่อยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และผลักดันเมืองเก่าสุราษฎร์ธานีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างรายได้ เชื่อมโยงผู้คน สินค้าท้องถิ่น และเรื่องราวของเมืองเข้าด้วยกัน เพื่อให้สุราษฎร์ธานีเติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนในทุกมิติ.

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นัดถกแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว "อ่างน้ำผุด" อำเภอพระแสง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ชุมชน

 
วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอ่างน้ำผุด อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อหารือและวางกรอบทิศทางการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัด
จากการลงพื้นที่อำเภอพระแสงของผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้เข้าไปเยี่ยมชมอ่างน้ำผุดด้วยตนเอง พบว่าพื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น ปรากฏการณ์น้ำผุดเมื่อตบมือ เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 08.00 น.-17.00 น. มีสาหร่ายหางกระรอก ธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชุ่มน้ำที่สมบูรณ์ รวมถึงกิจกรรมพายเรือแคนู-คายัคชมทัศนียภาพโดยรอบระยะทาง 3 กิโลเมตร เคยเป็นหมู่บ้านนวัตวิถีของกรมการพัฒนาชุมชน และเคยเข้าร่วมโครงการป่าชุมชนตั้งแต่ปี 2553 ในอดีตเคยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมจำนวนมาก และพื้นที่นี้เคยได้รับรางวัลป่าชุมชนดีเด่นมาก่อน ที่ผ่านมาการบริหารจัดการอ่างน้ำผุดดำเนินการโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน มีการจัดเก็บค่าบริการ 20 บาท แต่ไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ ประกอบกับมีการเปลี่ยนผู้ใหญ่บ้านทำให้คณะกรรมการชุดเดิมเปลี่ยนแปลงไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี จึงต้องการผลักดันให้กลับมาสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พื้นที่นี้เติบโตอย่างยั่งยืน
ในด้านสถานะทางกฎหมาย พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ เป็นที่ราชพัสดุ โดยได้มอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เช้าไปบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่ง สปก.จัดสรรได้เฉพาะพื้นที่ที่จัดสรรได้ แต่พื้นที่สาธารณะเช่น ถนน ภูเขา ป่า และแหล่งน้ำ อ่างน้ำผุดมีเนื้อที่ประมาณ 175 ไร่ ไม่สามารถจัดสรรได้ จึงยังอยู่ในอำนาจของกรมธนารักษ์ ที่ประชุมจึงเห็นควรให้มีการจัดประชาคมในพื้นที่ เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยที่ประชุมมีมติให้ไปศึกษาขั้นตอนกระบวนการกฎหมายของการจัดสรรพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2/2569


วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 13.30น. ณ ห้องประชุมชุมพล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2/2569
ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบรายชื่อครูผู้สมควรได้รับรางวัลพระราชทาน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่คณะอนุกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อจัดทำประกาศรายชื่อครูผู้สมควรได้รับรางวัลฯ ต่อไป

จังหวัดสุราษฎร์ธานีพัฒนาศักยภาพนักปกครอง พร้อมนำเทคโนโลยียุคใหม่มาประยุกต์ใช้ยกระดับการให้บริการประชาชน

 
วันที่ 13 กันยายน 2569
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางมาพบปะผู้เข้าร่วมโครงการ "อบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรกรมการปกครอง" โดยมี นายชวลิต โรจนรัตน์ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กล่าวให้โอวาทและบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ดี ก่อนเป็นประธานกล่าวปิดการอบรม โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับภาพลักษณ์ควบคู่กับการนำเทคโนโลยียุคใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริการประชาชน มีเป้าหมายผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครอง และบุคลากรในสังกัดกรมการปกครอง ในพื้นที่ 19 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งสิ้นจำนวน 175 คน
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วม พร้อมฝากข้อคิดเพิ่มเติมว่า "หากมีโอกาส ต้องหัดใช้โอกาส" และ "รู้อะไรไม่สู้...รู้จักกัน" เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคลากรทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอดทนและมองเห็นโอกาสในทุกสถานการณ์
สำหรับโครงการนี้จัดขึ้นโดยที่ทำการปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้การนำของนายชวลิต โรจนรัตน์ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ ในการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากรขององค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานและใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม รวมถึงกระตุ้นให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและค่านิยมในการทำงาน โดยมุ่งเน้นความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน การเรียนรู้ และพัฒนาคน พร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความรัก ความสามัคคี และเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ที่ดีระหว่างบุคลากรขององค์กร
นอกจากนี้ยังได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบทบาทของ AI ในการพัฒนาภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล สามารถนำมาประยุกต์ใช้และยกระดับการบริการประชาชนได้อีกด้วย
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!