ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นัดถกแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว "อ่างน้ำผุด" อำเภอพระแสง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ชุมชน
วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอ่างน้ำผุด อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อหารือและวางกรอบทิศทางการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัด
จากการลงพื้นที่อำเภอพระแสงของผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้เข้าไปเยี่ยมชมอ่างน้ำผุดด้วยตนเอง พบว่าพื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น ปรากฏการณ์น้ำผุดเมื่อตบมือ เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 08.00 น.-17.00 น. มีสาหร่ายหางกระรอก ธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชุ่มน้ำที่สมบูรณ์ รวมถึงกิจกรรมพายเรือแคนู-คายัคชมทัศนียภาพโดยรอบระยะทาง 3 กิโลเมตร เคยเป็นหมู่บ้านนวัตวิถีของกรมการพัฒนาชุมชน และเคยเข้าร่วมโครงการป่าชุมชนตั้งแต่ปี 2553 ในอดีตเคยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมจำนวนมาก และพื้นที่นี้เคยได้รับรางวัลป่าชุมชนดีเด่นมาก่อน ที่ผ่านมาการบริหารจัดการอ่างน้ำผุดดำเนินการโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน มีการจัดเก็บค่าบริการ 20 บาท แต่ไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ ประกอบกับมีการเปลี่ยนผู้ใหญ่บ้านทำให้คณะกรรมการชุดเดิมเปลี่ยนแปลงไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี จึงต้องการผลักดันให้กลับมาสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พื้นที่นี้เติบโตอย่างยั่งยืน
ในด้านสถานะทางกฎหมาย พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ เป็นที่ราชพัสดุ โดยได้มอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เช้าไปบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่ง สปก.จัดสรรได้เฉพาะพื้นที่ที่จัดสรรได้ แต่พื้นที่สาธารณะเช่น ถนน ภูเขา ป่า และแหล่งน้ำ อ่างน้ำผุดมีเนื้อที่ประมาณ 175 ไร่ ไม่สามารถจัดสรรได้ จึงยังอยู่ในอำนาจของกรมธนารักษ์ ที่ประชุมจึงเห็นควรให้มีการจัดประชาคมในพื้นที่ เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยที่ประชุมมีมติให้ไปศึกษาขั้นตอนกระบวนการกฎหมายของการจัดสรรพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

