ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี รับ 3 ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยเชิงรุกใน 6 อำเภอเสี่ยง
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom Meeting) เพื่อติดตามสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การประชุมมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยที่ประชุมติดตามสถานการณ์ภาพรวม การคาดหมายสภาพอากาศ การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำหลัก และปัญหาอุปสรรคจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมมอบ 3 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ การสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนอย่างทั่วถึง การป้องกันความขัดแย้งจากการบริหารจัดการน้ำ และการวางแผนระบายน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานด้านชลประทาน
ภายหลังการประชุม บกปภ.ช. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ประชุมมอบข้อสั่งการเร่งด่วนแก่หน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ใน 6 อำเภอเสี่ยง ได้แก่ ท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง วิภาวดี คีรีรัฐนิคม และพนม ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 8–13 ตุลาคม 2569 โดยกำชับให้เตรียมระบบสูบน้ำและระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน เคลื่อนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง เตรียมแผนอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วมในโรงพยาบาลและสถานที่สำคัญในพื้นที่
สำหรับการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ อำเภอท่าชนะจัดแบ่งพื้นที่บริหารจัดการเป็น 3 โซน พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเตรียมศูนย์อพยพ อำเภอไชยาเตรียมป้องกันโรงพยาบาลและเรือนจำ พร้อมเร่งขุดลอกคูคลอง อำเภอวิภาวดีเตรียมระบบแจ้งเตือนและทีมอาสาสมัครในจุดเสี่ยง อำเภอท่าฉางจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางและแผนอพยพฉุกเฉิน และอำเภอคีรีรัฐนิคมเตรียมรับมือพื้นที่ครัวเรือนใกล้คลองยัน ขณะที่มณฑลทหารบกที่ 45 และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และชุดปฏิบัติการฉุกเฉินสนับสนุนพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนเกิดฝนตกหนักอย่างน้อย 2 วัน หากระบบโทรศัพท์ขัดข้องให้ใช้วิทยุสื่อสารเป็นช่องทางหลัก พร้อมเร่งขุดลอกคลองและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดคอขวด โดยเฉพาะเกาะสมุยและเกาะพะงันให้ตรวจสอบความพร้อมเครื่องสูบน้ำทุกจุด รวมถึงเตรียมแผนดูแลนักท่องเที่ยวกรณีเกิดคลื่นลมแรงจนกระทบการเดินเรือ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

