จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้าฯ” และ “บุปผาบรมราชินีนาถ” ให้ส่วนราชการและกลุ่มทอผ้า ส่งเสริมการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่การพัฒนางานหัตถศิลป์ร่วมสมัย
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ อาคารศูนย์กลางการประชุมสัมมนาภาคใต้ตอนบน ศูนย์ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนางวีณา วรรณฉัตรสิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานีและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จ – เจ้าฟ้าฯ” และ ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” โดยมีนายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรมไทย เพื่อนำลวดลายอันทรงคุณค่ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย โดยผสมผสานกับลวดลายดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเป็นการฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทยให้ก้าวไกลในทุกมิติ
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงพระราชทานแบบลายผ้า เพื่อให้ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมไทยทั่วประเทศได้นำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงาน โดยผสมผสานกับลวดลายโบราณในแต่ละภูมิภาค สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติของประเทศไทย ผ่านการออกแบบที่ร่วมสมัย เป็นสากล และยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันงดงามของความเป็นไทย
สำหรับการมอบแบบลายผ้าพระราชทาน ในครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้สามารถยืนหยัดในโลกยุคใหม่ และยังสะท้อนถึงการสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และ ต่อยอดพระราชกรณียกิจ และพระราชดำริทั้งปวงของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม เครื่องแต่งกาย หัตถศิลป์ หัตถกรรมให้คงอยู่คู่กับชาติไทยอย่างยั่งยืน โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ขยายผลโครงการไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ยังผลให้ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน อันเป็นการสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ และยกระดับศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

