Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการพร้อมรับฟังปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบประเด็นปัญหาสำคัญได้แก่การบริหารจัดการขยะ น้ำประปา คมนาคม และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

 

วันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 14.30 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อพบปะประชาชน พร้อมกับเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า OTOP พร้อมประชุมบูรณาการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 7 – 8 เมษายน 2567 โดยนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งจากการรับฟังปัญหาความต้องการในระดับพื้นที่ พบว่า ประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการขยะ น้ำประปา ปัญหาด้านการคมนาคม และการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยปัญหาขยะนั้น ปัจจุบันมีขยะตกค้างกว่า 300,000 ตัน เนื่องจากเตาเผาเดิมใช้งานไม่ได้ โดยแนวทางการแก้ระยะสั้น ควรเร่งขนขยะออกจากพื้นที่โดยขอสนับสนุนงบกลาง ส่วนในระยะยาว ขอให้มีการลงทุนสร้างเตาเผาขยะใหม่ ส่วนปัญหาน้ำประปา พบว่าน้ำประปาไม่พอใช้เนื่องจากประชากรเพิ่มมากขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบันไม่เพียงพอ โดยแนวทางแก้ไขนั้น ขอให้ดำเนินการซ่อมแซมโรงงาน RO โดยขอสนับสนุนงบกลาง และให้มีการลงทุนขยายท่อส่งนำประปาจากแผ่นดินใหญ่

ขณะที่ปัญหาด้านการคมนาคมในพื้นที่ ปัจจุบันการเจริญเติมโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ไม่สอดคล้องกับความสามารถในการรองรับการเดินทาง ทั้งทางอากาศและทางน้ำ รวมถึงการจัดการระบบจราจรและผิวจราจรภายในพื้นที่ เห็นควรให้มีการเพิ่มเที่ยวบิน เพื่อเป็นการรองรับ Mega Events ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่การคมนาคมทางน้ำ ควรมีการปรับปรุงท่าเทียบเรือ สิ่งก่อสร้างที่อยู่บนบกและใต้น้ำ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้เดินทาง และรองรับการเพิ่มขึ้นของเที่ยวเรือ รวมถึงสร้างท่าเทียบเรือสำราญ และมารีน่า เพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่

ในการนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้รับทราบปัญหาความต้องการและแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมรับเรื่องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชนชาวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อไป.

 

นายกรัฐมนตรีติดตามปัญหา ขยะล้นเกาะสมุย ในระยะสั้น สั่งเร่งจัดการปัญหาขยะตกค้าง กว่า 150,000 ตัน ส่วนระยะยาว ต้องเพิ่มศักยภาพโรงกำจัดขยะ เพื่อรองรับปริมาณขยะวันละ 130 - 300 ตัน เมื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

วันที่ 7 เมษายน 2567

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการขยะ ที่เตาเผาขยะสมุย ตำบลมะเร็ต อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องต้อนรับและบรรยายสรุป

นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุยระบุว่า ขณะนี้ มีขยะตกค้างอยู่ในโรงเผาขยะ ประมาณ 150,000 ตัน และปัจจุบันไม่สามารถเผาได้ ต้องใช้วิธี อัดเป็นก้อน และขนส่งไปกำจัด ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งในระยะสั้นหากจะต้องขนขยะ 150,000 ตันดังกล่าว จะต้องใช้งบประมาณ ราว 230 ล้านบาทในการขนส่ง ขณะที่การกำจัดขยะใหม่ ที่เข้ามาวันละประมาณ 130 ตัน ก็จะต้อง ก่อสร้างโรงเผาขยะใหม่ เพื่อทดแทน โรงเผาขยะเดิมที่ชำรุด และก่อสร้างมาเกือบ 20 ปี

ด้านนายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องเร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้น คือการกำจัดขยะตกค้างที่มีอยู่ประมาณ 150,000 ตัน ซึ่งหากจะต้องขนส่งไปกำจัดโดยใช้งบประมาณ 230 ล้านบาท หรืออาจจะใช้วิธีอื่น ก็จะนำกลับไปพิจารณาโดยเร็ว แต่ในระยะยาว จะต้องหาแนวทางแก้ไขกำจัดขยะในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่าวันละ 100 ตัน และในอนาคตเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอาจสูงถึง 300 ตัน จึงต้องเพิ่มศักยภาพ โรงงานกำจัดในพื้นที่ เพื่อรองรับปริมาณขยะดังกล่าว ควบคู่กัน

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมแปลงทุเรียนสาธิต เกาะสมุย เดินหน้ารับฟังปัญหากลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่

 

วันที่ 7 เมษายน 2567

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ แปลงทุเรียนสาธิตสวนทุเรียนนายชัยณรงค์ ทองสุข อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมและรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ โดยมี นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน เกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ
นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบปะกับและรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ได้นำปัญหาเรื่องถนนและระบบไฟฟ้าที่ยังเข้าไม่ถึงในบางพื้นที่ เรื่องน้ำไม่เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง และปัญหาการขนส่งผลผลิตทุเรียนที่ทำได้ล่าช้า โดยระยะสั้น อยากให้สนับสนุนเรื่องการเพิ่มเที่ยวเรือขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ส่วนระยะยาวอยากให้เดินหน้าโครงการ สะพานเชื่อมเกาะสมุยกับฝั่งแผ่นดินใหญ่ และเกษตรกรบางส่วน ยังต้องการสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีความเสถียรเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมสวน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอนาคต
ด้านนายกรัฐมนตรี ระบุว่า "ทุเรียน เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจ และเป็นของโปรดผมด้วยครับ มาสวนทุเรียนวันนี้ผมมาดูทั้งการขาย การขนส่ง และเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในไทย และต่างประเทศให้มากกว่านี้ รวมถึงทำให้ราคาดีขึ้นด้วยครับ"
"ผมตั้งเป้าว่า ภายใน 10 ปี จะต้องขายทุเรียนได้เพิ่มขึ้น จากปีละ 120,000 ล้านบาท เป็น 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยพี่น้องชาวสวนจะต้องขายได้ในราคาที่เป็นธรรมด้วย ผมฝากกระทรวงเกษตรฯ เข้ามาดูแลเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำให้มีน้ำใช้เพียงพอ และเพิ่มศักยภาพในการเพาะปลูก เช่น จัดหาปุ๋ย และเครื่องมือในการปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นการลดต้นทุน ในระยะสั้นพี่น้องเกษตรกรต้องการให้เพิ่มเที่ยวเรือ และสะพานเพื่อการขนส่ง ซึ่งเราต้องพัฒนาสาธารณูปโภคในเกาะตั้งแต่ ถนน ไฟฟ้า อินเตอร์เน็ตควบคู่กันไปด้วย"
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่ได้มาหาเสียงเพราะการเลือกตั้งผ่านไปแล้วแต่เป็นความตั้งใจมารับฟังปัญหา ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป อยากให้ทุกคนให้เวลารัฐบาลได้ทำงาน ตามที่ประชาชนร้องขอ เพราะนอกจากเงื่อนไขเรื่องงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปีที่มีจำกัดแล้ว ยังมีเรื่องกฎหมาย ที่ยังเป็นอุปสรรคในบางเรื่อง

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ยกระดับการท่องเที่ยวพร้อมรับฟังปัญหาความต้องการของชาวสมุย จุดแรกติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือสำราญบริเวณแหลมหินคม

 

วันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 10.30 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือสำราญ (Cruise Terminal) บริเวณแหลมหินคม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามที่กรมเจ้าท่าได้ทำการว่าจ้างที่บริษัทปรึกษาและวิเคราะห์ให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ที่อำเภอเกาะสมุย โดยนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้อำเภอเกาะสมุย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก ปัจจุบันเรือสำราญขนาดใหญ่ไม่สามารถเทียบท่าได้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการในการพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ โดยมีกรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับและรองรับการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ทำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 180,000 คนต่อปี และรองรับเรือ Cruise จำนวนกว่า 120 เที่ยวเรือต่อปี สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและประเทศชาติอย่างมหาศาล

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศมอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้แก่พี่น้องชาวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในการรองรับท่าเรือสำราญ ท่าเรือยอร์ช ท่าเรือเฟอร์รี่ สนามบินน้ำ วงเงินงบประมาณกว่า 12,000 ล้านบาท

จากนั้นนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงทุเรียนสาธิต ณ สวนทุเรียนนายชัยณรงค์ ทองสุข ซึ่งเป็นการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย เพื่อเข้ากระบวนการพัฒนาตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ และในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ จะไปติดตามปัญหาขยะมูลฝอย ที่เตาเผาขยะสมุย ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณขยะต่อวันกว่า 130 ตัน และยังมีขยะตกค้างอีกจำนวนมาก ก่อนเดินทางต่อไปยังสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อพบปะประชาชนและเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า OTOP พร้อมประชุมบูรณาการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ น้ำประปา การบริหารจัดการขยะ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงเช้าวันที่ 8 เมษายน 2567

 

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!