Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานติดตามผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานติดตามผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
การประชุมในครั้งนี้ ได้ติดตามโครงการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย
1) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
2) โครงการยกระดับมาตรฐนปาล์มน้ำมัน RSPO เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และพัฒนาเขตอุตสาหกรรม Oleochemical
แบบครบวงจร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
3) โครงการสร้างเครือข่ายอนุรักษ์ปลาดุกลำพันคืนถิ่นพรุควนเคร็ง และปราบปรามประมงน้ำจืดสุราษฎร์ธานี
4) โครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อความมั่นคงทางอาหารและเสริมศักยภาพ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สำนักงานทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่งที่ 4
5) โครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี
6) โครงการปรับปรุงทางหลวง สายช่องชาลี - ท่าโรงช้าง แขวงทางหลวง
7) โครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๔๔ ตอน บางสวรรค์-ทรัพย์ทวี แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานี ที่ 3 (เวียงสระ)สุราษฎร์ธานี

คปภ.สุราษฎร์ธานีจัดเวทีส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้และเห็นความสำคัญของการนำระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน

 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ประกันภัยเชิงรุกระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ประจำปี 2567 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) จัดขึ้น ณ ห้องประชุมโรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในระดับภูมิภาคเกิดความตระหนักรู้ และเห็นความสำคัญของการนำระบบการประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน โดยมีผู้นำกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้ง 19 อำเภอ จำนวนกว่า 130 คน รวมถึงหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

โดยนางจุฑารัตน์ กองสินพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทภารกิจในมิติที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมภาคธุรกิจประกันภัยให้มีศักยภาพเข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยผ่านเครื่องมือสำคัญที่เรียกว่าการประกันภัย และภารกิจในอีกมิติที่เกี่ยวข้องกับประชาชน คือ การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย ทั้งสิทธิของผู้เอาประกันภัย หรือผู้มีสิทธิเรียกร้อง ภายใต้สัญญาประกันภัยให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ด้านนายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทในระดับภูมิภาค ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ทั้ง 131 ตำบล 19 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้มีความความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือการประกันภัยที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือ การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 หรือประกันภัยรถภาคบังคับ พ.ร.บ. ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ในกฎหมายให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับครอบครัว สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ตอลดจนเพื่อนบ้าน เพื่อให้ทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกันภัยในวงกว้างต่อไป.

 

พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 เปิดโครงการ Save ทุกดวงใจไทยของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และพิธีพระราชทานกระเช้าสิ่งของพระราชทาน และเสื้อพระราชทาน Save ทุกดวงใจไทย

 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 8 สุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 เป็นประธานเปิดโครงการ Save ทุกดวงใจไทยของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นางสุจิตรา แก้วไกร รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายพงษ์พนา ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 บุคลากรจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 8 สุราษฎร์ธานี และ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สังกัดกรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เครือข่ายต่าง ๆ เด็กและเยาวชน จำนวน 197 คน ร่วมกิจกรรม
โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ได้มีพิธีพระราชทานกระเช้าสิ่งของพระราชทาน แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตลอดจนเครือข่ายผู้ทำคุณประโยชน์แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 จำนวน 11 คน และเสื้อพระราชทาน Save ทุกดวงใจไทย เครื่องเขียน เจลและพิมเสน แก่ตัวแทนเด็กและเยาวชน จำนวน 2 คน
ทั้งนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค กลุ่มวนิ อินพุทธ และสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดโครงการ Save ทุกดวงใจไทยของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อสร้าง พลังใจอันยิ่งใหญ่ให้กับบุคลากร เด็กและเยาวชน โดยเน้นการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ การตัดสินใจและ มีความสามารถในการดูแล สุขภาพจิตด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และเหมาะควร โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย การบรรยาย “พัฒนำชีวิต (ดี) แค่คบกัลยาณมิตร (ดี)” การฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน การตรวจสุขภาพกายเด็กและเยาวชน กิจกรรมเติมพลังใจบุคลากร “เล่าได้นะ เราเพื่อนกัน”
และกิจกรรมกลุ่มบอร์ดเกม “เพื่อนดีดูแลใจ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ปี 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรต

 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ อาคารสิริประภา เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ปี 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 16 พฤษภาคม 2567 ณ อาคารสัมมนาสิริประภา เขื่อนรัชชประภา และชุมชนบ้านปากซวด อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนภาคเอกชน ชุมชน และเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ เข้าร่วมในพิธี จากนั้นคณะชมการสาธิตการเตรียมการเผชิญเหตุภัยพิบัติ กรณีน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ โดยทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ และทีมเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชุมชนตำบลเกาะขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ บริเวณท่าเรือ กฟผ.

และช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านปากซวด ตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนเยาวชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชน เข้าร่วมอบรม "แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเครือข่ายชุมชนเตือนภัยพิบัติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" รับฟังการบรรยายแนวคิดอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน โดยวิทยากรจากอุทยานแห่งชาติเขาสก และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ จุดดูงาน 3 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 ระบบสำรองน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค – บริโภค จุดที่ 2 ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน จุดที่ 3 กองทุนชุมชน ความสุขที่ยั่งยืน เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดตั้งขึ้นตามพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ทรงให้มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมด้านการเฝ้าระวังภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุอุทกภัยและดินถล่ม เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยจัดให้มีระบบการเตือนภัยล่วงหน้าโดยอาศัยเทคโนโลยีจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เชื่อมโยงกับการเฝ้าระวังในระดับชุมชน รวมทั้งการเสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้มีองค์ความรู้ ความพร้อม และความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที มูลนิธิฯ จึงได้น้อมนำพระดำริมาดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายและจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จำนวน 19 แห่ง ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัยการเตือนภัยและอพยพกรณีประสบภัยพิบัติ รวมทั้งมีการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2562

ปัจจุบัน มูลนิธิฯ ได้ขยายเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังภัยพิบัติ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้ไปถ่ายทอดและขยายผลให้แก่เยาวชนและเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างโครงข่ายของเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ.

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!