Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในกิจกรรมเทิดพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี


วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ ศาลาผู้สูงอายุตำบลเขาพัง หมู่ที่ ๔ บ้านไกรสร ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในกิจกรรมเทิดพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดทำแผนออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เพื่อให้การรักษา ป้องกัน ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลคมนาคม โดยร่วมกับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลบ้านตาขุน ที่ว่าการอำเภอบ้านตาขุน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านตาขุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมดังกล่าว ในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีนำข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.30 น.

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี พ.ศ.2567 โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้น ณ บริเวณลานเอนกประสงค์ โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดจนเชิดชูพระเกียรติของพระองค์ท่าน โดยมีนางดาเรศ จิตรัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้จากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2531 ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านนาสาร สภาพแวดล้อมถูกทำลายเนื่องจากการพังทลายของหน้าดินในบริเวณยอดเขาและเชิงเขากระแสน้ำได้พัดพานำเอาต้นไม้ หิน ทราย และวัสดุอื่นๆ ไหลมาปะทะบ้านเรือนและทับถมเรือกสวนไร่นาของราษฎรเสียหายเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ประสบอุทกภัยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นรวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิม เพื่อให้คงอยู่เป็นมรดกตกทอดสู่รุ่นลูกหลานสืบไป จึงเป็นที่มาของโครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8 มาจนถึงทุกวันนี้.

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานสรรพากรภาค 11 ครั้งที่ 1/2567

 

วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 เวลา 13.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานสรรพากรภาค 11 ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมสำนักงานสรรพากรภาค 11 ชั้น 2 สำนักงานสรรพากรภาค 11 ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี สรรพากรภาค 11 และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าร่วมประชุม
การประชุมดังกล่าว ได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เบี้ยปรับโทษบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับภาษี ในการปลดภาษี ลดภาษี ยกอุทธรณ์ หรือเพิ่มภาษีตามหลักเกณฑ์ แนวทางที่กรมสรรพากรกำหนด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่คลองร้อยสาย

 

วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่คลองร้อยสาย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุมโรงแรมวังใต้ อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.ลภิณโกฬร์ จาตะวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจ กรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน กลุ่มประมง ประชาชนในพื้นที่โครงการ สื่อมวลชน องค์กร และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับทราบข้อมูลและรายละเอียดโครงการดังกล่าว พร้อมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาขุดลอกคลอง ซึ่งกรมชลประทานและคณะผู้ศึกษาพร้อมรับฟัง และจะได้นำไปพิจารณาประกอบการศึกษาในรายละเอียดและการดำเนินงานต่อไป
สำหรับพื้นที่คลองร้อยสาย มีพื้นที่ครอบคลุม 6 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลบางใบไม้ บางชนะ คลองฉนาก บางไทร ลคลองน้อย และตำบลบางโพธิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างคลองพุนพินและแม่น้ำตาปี ความยาวประมาณ 149 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 70,000 ไร่ เนื่องจากพื้นที่คลองต่างๆ ทำหน้าที่รับน้ำฝนและมีปริมาณน้ำหลากจากคลองพุนพินและแม่น้ำตาปีก่อนไหลลงสู่ทะเล จากการศึกษาสภาพพื้นที่ปัจจุบันพบว่า คลองเหล่านี้มีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถระบายน้ำได้เต็มศักยภาพ น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือน รวมถึงระบายน้ำหลากไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก กรมชลประทานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว จึงมอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาศักยภาพการไหลของน้ำในคลองในปัจจุบัน รวมถึงปริมาณน้ำหลากที่ไหลเข้ามาในพื้นที่โครงการ โดยพิจารณาถึงการจัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหา แล้วคัดเลือกแนวทางต่างๆ มาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น จึงเป็นที่มาของโครงการศึกษาความเหมาะสมบรรเทาอุทกภัยพื้นที่คลองร้อยสาย ทั้งนี้ผลการศึกษาได้สรุปแนวทางในการปรับปรุงคลองสายหลัก ประกอบด้วย คลองน้อย-คลองบางกล้วย-คลองขวาง-คลองพุนพิน ร่วมกับการปรับปรุงแม่น้ำตาปี และคลองพุนพิน ตั้งแต่บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำตาปีและคลองพุนพินไปจนถึงถนนหมายเลข 417 ปรับปรุงคลองบ่อนก และคลองบางกล้วยนุ้ย โดยสามารถลดพื้นที่น้ำท่วมได้ถึง 7,817 ไร่.

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!