Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

พัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี Kick Off กิจกรรม "ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข"

 

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00 น. ณ บ้านสามพัน หมู่ที่ 1 ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม "ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข" เพื่อน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมา สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง

โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ขับเคลื่อนการน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง จำนวนครัวเรือนปลูกผักสวนครัว/พืชสมุนไพร 10-30 ชนิด จำนวน 279,415 ครัวเรือน กิจกรรม "ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน"จำนวน 1,302 หมู่บ้าน/ชุมชน ปลูกผักสวนครัว 10 ชนิด ณ ที่ว่าการอำเภอ/โรงเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 19 อำเภอ (591แห่ง) ศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าจำนวน 131 ตำบล

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีสู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและต่อยอดการน้อมนำแนวพระราชดำริๆ สู่การปฏิบัติสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างแพร่หลายทั่วถึงในทุกพื้นที่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเกิดการลดรายจ่าย สร้างรายได้ระยะสั้นในระดับครัวเรือนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน สามารถพึ่งตนเองได้ และมีความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนโดยผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 3/2567

 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 3/2567 ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
การประชุมดังกล่าว ได้พิจารณาคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำประเภทต่าง ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ยื่นคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล้วงล้ำลำน้ำฯ จำนวน 16 รายการ ต่อคณะกรรมการฯ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ตามระเบียบของทางราชการที่กำหนดไว้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเชิญไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28

 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เวลา 14.09 น. ที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเชิญไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าและประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
พิธีประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจุดธูปเทียน บูชา โปรยข้าวตอกดอกไม้ ที่โต๊ะบวงสรวงเพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ พราหมณ์บัณฑิตอ่านโองการบวงสรวงบูชาเทพยดา เทพารักษ์ ผู้ดูแลรักษาสถานที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ
จากนั้นในเวลา 14.49 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำพิธีตักน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หน้าวิหารหลวงวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ใส่ขันสาคร จำนวน 19 ครั้ง แล้วปิดฝาขันสาครห่อด้วยผ้าขาว ผูกริบบิ้นสีขาว แล้วเชิญขันสาครและที่ตักน้ำไปยังวิหารหลวง เพื่อเตรียมประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ตามฤกษ์ต่อไป
สำหรับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อยู่ในบริเวณพุทธาวาส ข้างพระวิหารเก่า ที่สร้างคู่มากับองค์พระบรมธาตุ สันนิษฐานว่า เป็นบ่อน้ำสำหรับพิธีกรรมทางศาสนามาแต่โบราณ และเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ ได้มีการนำน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ร่วมพิธีพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นสถานที่เคยใช้ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ และเพื่อเข้าร่วมในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และเมื่อปี 2562 ได้จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามโบราณราชประเพณี เพื่อทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำเป็นพิธีตักหรือขอแบ่งน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ สำหรับนำไปประกอบพิธีต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยคำว่า “พลีน้ำ” คือการขออนุญาตตักน้ำขึ้นมา แบ่งมาในส่วนน้อย เพื่อทำพิธีขอพรให้เป็นสิริมงคลและนำเข้าไปในวัด โบสถ์ สำคัญในจังหวัดนั้นๆ เพื่อประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 และวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2567 อย่างสมพระเกียรติ จากนั้นจะขบวนอัญเชิญคนโทน้ำพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เข้าไปเก็บรักษาไว้ที่ กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีต่อไป

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ก.ช.ภ.จ.สฎ.) ครั้งที่ 5/2567


วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุมนางยวน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 5
นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ก.ช.ภ.จ.สฎ.) ครั้งที่ 5/2567 ซึ่งที่ประชุมพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช(วาตภัย) ในพื้นที่อำเภอพระแสง กรณีพืชตายหรือเสียหายโดยสิ้นเชิง มีราษฎรได้รับผลกระทบ 3 ราย พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย 5.5 ไร่ วงเงินขอรับเงินช่วยเหลือ 22,264 บาท และ พิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช(ภัยแล้ง) ในพื้นที่อำเภอบ้านนาสารและอำเภอคีรีรัฐนิคม กรณีพืชตายหรือเสียหายโดยสิ้นเชิง มีราษฎรได้รับผลกระทบ 22 ราย พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย 84.13 ไร่ วงเงินขอรับเงินช่วยเหลือ 340,558.24 บาท

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!