Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

จังหวัดสุราษฎร์ธานีประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม

 
วันที่ 13 ธันวาคม 2567 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม เพื่อสรุปสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินถล่มในช่วงที่ผ่านมา
ในขณะที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรง พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับในช่วงวันที่ 13-16 ธ.ค. 67 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลับพลันและน้ำไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิง ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วยส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว
ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีข้อสั่งการให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 – 16 ธันวาคม 2567 และเน้นย้ำให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำ และประเมินความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์.

รองผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง ริมคลองกระแดะ ข้างวัดปากคู ตำบลช้างซ้าย อำเภอกาญจนดิษฐ์ ใกล้ถึงศาลาโรงครัว ประสาน อบจ. นำเครื่องจักร เข้าปักแผ่นกั้นดินพัง แก้ปัญหาระยะสั้น และให้โยธาธิการฯ ออกแบบทำเขื่อนกั้นตลิ่ง ระยะยาว

 
จากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 ทำให้กระแสน้ำในคลองกระแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่แนวเทือกเขารอยต่อระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยว ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
วันที่ 12 ธันวาคม 2567
นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ด่วน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามี เขื่อนกั้นตลิ่ง ริมวัดปากคู หมู่ที่ 1 ตำบลช้างซ้าย อำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่ริมคลองดังกล่าว เกิดทรุดตัวได้รับความเสียหายราว 100 เมตร โดยมีนายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ พร้อมด้วย นายธานินทร์ นวลวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลช้างซ้าย และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบแนวเขื่อนกั้นตลิ่ง ริมวัดปากคู ถูกน้ำกัดเซาะจนพังลง เป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร ลึกเข้ามาในเขตวัดประมาณ 2 เมตร บางจุดเกือบ 3 เมตร และใกล้ถึงตัวอาคารศาลาโรงครัวของวัด ขณะที่ระดับน้ำในคลองค่อนข้างสูงและไหลเชี่ยว เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำ และที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ ทำให้มีแนวโน้มที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น และไหลแรง อาจส่งผลกระทบให้มีการกัดเซาะเข้ามาเพิ่มขึ้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตั้งป้ายเตือน ห้ามประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่ถูกกัดเซาะ พร้อมทั้งประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อนำเครื่องจักร เข้ามาติดตั้งแผ่นเหล็กกั้นดินพัง หรือ ชีทไพล์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีตลิ่งถูกกัดเซาะเพิ่มเติมโดยเร็ว ซึ่งทาง อบจ.พร้อมดำเนินการทันที โดยให้เทศบาลตำบลช้างซ้ายทำหนังสือเข้ามา ส่วนระยะยาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกแบบก่อสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งที่มั่นคงถาวร เพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและสถานที่สาธารณประโยชน์

จังหวัดสุราษฎร์ธานีเปิดงานฟอรั่ม ระดับจังหวัดโครงการ Urban Reslience : Provincial Forum ประจำปี 2567 เสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

 
วันที่ 13 ธันวาคม 2567 เวลา 08.30 น. ณ สวนหลวง ร.9 อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดงานฟอรั่มระดับจังหวัดโครงการ Urban Reslience : Provincial Forum ประจำปี 2567 โดยมีนายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมในพิธี
โดยโครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Urban Resilience Building and Nature) ถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่นำมาตรฐานสากลในการแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน หรือ Nature-based Solutions (NbS) ซึ่งพัฒนาโดย IUCN มาใช้ในการเพิ่มศักยภาพของเมืองในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้ความร่วมมือของกรมทรัพยากรน้ำ และ IUCN แผนงานประเทศไทย ร่วมกับ 4 องค์กรภาคี เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) รีคอฟประเทศไทย (RECOFTC) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากโครงการริเริ่มด้านภูมิอากาศสากล (IKI) สหพันธุ์รัฐเยอรมนี โดยมุ่งดำเนินงานในจังหวัดเชียงราย (ภูมินิเวศน้ำจืด) และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำเชื่อมต่อกับทะเล) เป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2567 - 2571) ซึ่งขณะนี้อยู่ในปีแรกของการดำเนินโครงการ
ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การเปิดงานในวันนี้ นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และเยาวชน ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับการเสริมสร้างเมืองตั้งรับปรับตัวต่อวิกฤตโลกรวน ด้วยแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS) โดยใช้ต้นทุนทางธรรมชาติและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ในการปกป้องพลเมือง เสริมประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนวางรากฐานสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน อันจะช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
จังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองที่สอดคล้องกับธรรมชาติ และสนับสนุนการนำแนวคิดการใช้ธรรมชาติเป็นฐาน ในการลดความเสี่ยงและผลกระทบ จากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นแนวทางที่จังหวัดให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง.

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและประชุมร่วมกับนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 13.30 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและประชุมร่วมกับนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสนำคณะลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามการดำเนินงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในพื้นที่เขื่อนรัชชประภา เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ณ ห้องประชุมเขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย มีแผนและนโยบายที่ชัดเจนในการสร้างความปลอดภัย โดยด้านการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย ได้มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สถานที่จัดกิจกรรม และการเดินทาง เพื่อให้สอดคล้องกับสากล มีการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสถานที่ต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมกับฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการในด้านการจัดการความปลอดภัย รวมถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน และสร้างทีมงานเฉพาะกิจที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ติดตามและแจ้งเตือนความปลอดภัย เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น และมีการนำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มาประยุกต์ใช้ในการรับแจ้งและให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยในการปฏิบัติงานด้านการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของไทย โดยผู้แจ้งสามารถรายงานเหตุการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue หรือเว็บไซต์ tourist.traffy .in .th เพื่อแจ้งให้หน่วยงานการท่องเที่ยวประจำพื้นที่หรือศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดำเนินการแก้ไขปัญหา ให้การช่วยเหลือ หรือส่งต่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!