วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.
นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2569 ณ อาคารศูนย์กลางการประชุมสัมมนาภาคใต้ตอนบน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชและธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติไทย
ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้วางพานพุ่มพวงมาลาถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า ว่า “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในทางการรบและเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิดทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิได้ว่างเว้นในพุทธศักราช 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ว่า... “ตั้งแต่วันนี้ กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป” การกระทำเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการประกาศอิสรภาพของไทยและในปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาจนได้รับ ชัยชนะทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี
การจัดพิธีในครั้งนี้ นับเป็นการรวมพลังแห่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะเยาวชน ได้ตระหนักถึงคุณค่าของเอกราช ความเสียสละของบรรพกษัตริย์ไทย และร่วมกันธำรงรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้คงอยู่สืบไปอย่างมั่นคงยั่งยืน