นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยวชุมชน อ่างน้ำผุด หมู่ที่ 13 ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง เพื่อติดตามการดำเนินงานและรับฟังปัญหาในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยมีนายวิจารณ์ จุนทวิจิตร นายอำเภอพระแสง พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่และตัวแทนชุมชนได้นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมสะท้อนปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนา ได้แก่ การที่แหล่งท่องเที่ยวตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชน ทำให้การดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกยังมีข้อจำกัด รวมถึงปัญหาการแพร่ระบาดของสาหร่ายหางกระรอก ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยขอให้จังหวัดช่วยผลักดันการแก้ไขเพื่อยกระดับอ่างน้ำผุดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ได้มาตรฐาน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดพร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมอบหมายให้นายอำเภอพระแสงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุราษฎร์ธานี สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานป่าไม้จังหวัด สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ฯลฯ ร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาและวางแผนพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับอ่างน้ำผุดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีมาตรฐาน สามารถสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
อ่างน้ำผุดบางสวรรค์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนกว่า 179 ไร่ ตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งน้ำจืดธรรมชาติที่มีตาน้ำผุดจากใต้ดินตลอดทั้งปี มีจุดเด่นคือน้ำใสสะอาด มองเห็นพื้นทรายสีขาวละเอียดที่ผุดขึ้นจากใต้ดินคล้ายกับน้ำเดือด จนกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัด และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน เล่นน้ำ และพายเรือคายัค
สำหรับประวัติการพัฒนาอ่างน้ำผุด เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 จากการค้นพบของชาวบ้านชื่อ "นายเจียร" ซึ่งในอดีตเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า "คลองโหยนน้ำใส" ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2546–2547 มีการแยกหมู่บ้านและตั้งชื่อใหม่ว่า "บ้านอ่างน้ำผุด" พร้อมพัฒนาพื้นที่โดยชุมชน ทั้งการทำความสะอาดและก่อสร้างสะพานไม้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2550 กรมป่าไม้จะสนับสนุนการจัดตั้งเป็นป่าชุมชน พร้อมพัฒนาสะพานคอนกรีตและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และในปี พ.ศ. 2558 ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างเป็นทางการ จนกลายเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอพระแสงและจังหวัดสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน