วันที่ 21 เมษายน 2569 ช่วงเช้า
คณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ณ เรือนจำอำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พลตรี เฉลิมชัย สุทธินวล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 พลตำรวจตรี สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอมร ชุมช่วย นายอำเภอเกาะสมุย นายเกษม ศัลยวุฒิ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอเกาะสมุย ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงาน
โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สามารถกลับคืนสู่สังคมและประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ปัจจุบัน เรือนจำอำเภอเกาะสมุย เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังซึ่งมีโทษไม่เกิน 15 ปี มีผู้ต้องขังรวมจำนวน 688 ราย โดยได้จัดตั้งสถานพยาบาลภายในเรือนจำ มีพยาบาลวิชาชีพ 2 คน นักจิตวิทยา 1 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) จำนวน 100 คน พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเกาะสมุย ในฐานะโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและทันตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้านการดูแลสุขภาพ มีการตรวจคัดกรองวัณโรค ตรวจหาเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบซี ครอบคลุมผู้ต้องขังทุกราย รวมถึงการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ขณะที่ผู้ต้องขังหญิงได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก หากพบผู้ป่วยจะเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างทันท่วงที ในด้านสุขภาพจิต มีการให้คำปรึกษา คัดกรอง และจัดกิจกรรมกลุ่มบำบัดโดยนักจิตวิทยา รวมถึงการติดตามดูแลผู้พ้นโทษที่มีปัญหาสุขภาพจิต ปัจจุบันมีผู้ต้องขังป่วยจิตเวชจำนวน 18 ราย นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินกิจกรรมบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผ่านกิจกรรมพัฒนาพฤตินิสัย อาชีวบำบัด และศาสนบำบัดอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของแดนหญิง มีการดูแลสุขภาพตามช่วงวัย พร้อมจัดห้องแม่และเด็กสำหรับผู้ต้องขังหญิง ปัจจุบันมีเด็กติดมารดาจำนวน 4 คน ทั้งนี้ ผู้ต้องขังทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนสิทธิหลักประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลแม่ข่ายครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการขึ้นทะเบียนสิทธิสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และบุตรของผู้ต้องขัง จากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2569 พบผู้ต้องขังที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 35 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.01 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังรายใหม่ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง
การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ต้องขังอย่างครบวงจร อันเป็นการสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมในการคืนคนดีสู่สังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน