วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมวังใต้ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนาปาล์มน้ำมัน "การบริหารจัดการคิวโรงปาล์มน้ำมัน เพื่อรองรับปัญหาปาล์มล้นตลาดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายหลังการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะกรรมการขับเคลื่อนและพัฒนาปาล์มน้ำมันจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปสู่ Oil Palm City เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ดำเนินการจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งในเรื่องของการจัดทำฐานข้อมูลและการบริหารจัดการคิวของโรงงานน้ำมันปาล์ม รวมถึงการวางแผนการหยุดโรงงานเพื่อซ่อมบำรุงในช่วงสถานการณ์ปาล์มล้นตลาด
สำหรับในวันนี้ ได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ อาจารย์ที่ปรึกษาผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ และโรงงานน้ำมันปาล์มทั้ง 20 โรงงาน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาร่วมหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา อาทิ แนวทางการบริหารจัดการนำผลผลิตปาล์มน้ำมันเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม (การบริหารจัดการช่องทางรับซื้อ (Queue Segmentation) โดยกำหนดให้มีการแบ่งช่องทางรับซื้อออกเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ ดังนี้ Green Lane (เกษตรกรรายย่อย) : ให้สิทธิ์กลุ่มนี้ก่อน เพื่อลดผลกระทบต่อครัวเรือน โดยใช้สมุดทะเบียนเกษตรกรเป็นหลักฐาน Blue Lane (ลานเทระบบจอง) : สำหรับลานเทที่มีการจองคิวมาก่อน และควรคัดกรองคุณภาพผลผลิตปาล์มสุกมาแล้ว เพื่อความรวดเร็วในการนำผลผลิตเข้าสู่โรงงาน และ Yellow Lane (ลานเท Walk-in / ทั่วไป) : สำหรับรองรับส่วนเกินที่ไม่ได้อยู่ในระบบจอง พร้อมกันนี้ยังกำหนดสัดส่วนการรับซื้อแต่ละช่องทางตามกำลังการผลิต และข้อจำกัดของแต่ละโรงงาน เช่น กำลังการผลิตสูงสุดต่อวัน พื้นที่รองรับปาล์ม (Loading Area) พื้นที่รองรับรถ (Farking Capacity) และระยะเวลา Flow Time เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมด้านการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้สื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์ เน้นการใช้งานผ่านเว็บไซต์ https://palm๓-trade-ai.replit app/ เป็นหลัก โดยเว็ปไซต์ที่พัฒนาจะแสดงถึงสัดส่วนของปริมาณการรับซื้อทั้งหมด และปริมาณการรับซื้อที่เหลืออยู่ตามสัดส่วนในแบบเรียลไทม์ (Real-time Capacity Tracking) โดยโรงงานต้อง Update ปริมาณการรับซื้อที่เหลืออยู่ (Remaining Capacity) ทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมง ระบบจะแสดงเป็นระบบไฟจราจร (Traffic Light Warning) ของแต่ละช่อง (Lane) แสดงสถานะหน้าโรงงานผ่านเว็บไซต์ ซึ่งระบบไฟจราจรบนเว็บจะช่วยลดความแออัดหน้าโรงงานและบริหารจัดการความคาดหวังเรื่องระยะเวลารอคอย (Lead Time) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ