Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

พิธีปิดการฝึกโครงการพระราชทานโครงการโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง

วันที่ 25 มกราคม 2564

นายสุนทร เดชรักษา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า มีความปีติยินดีอย่างยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีปิดการฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง โดยกล่าวรายงานผลกรปฏิบัติในการฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ของเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี กรมราชทัณฑ์ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวารางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ให้มีการฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ของเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถดำเนินการ ได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิด การฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้เมื่อพ้นโทษออกไปภายนอก ปัจจุบันการฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังของเรือนจำกลาง สุราษฎร์ธานี กรมราชทัณฑ์ มีผู้เข้ารับการฝึกเป็นผู้ต้องชังที่เป็นคนไทย 222 คน และชาวต่างชาติ 9คน รวมทั้งสิ้น 231 คน โดยปฏิบัติการฝึกอบรมเป็นเวลา 14 วัน /ระหว่างวันที่ 11 มกราคม 2564 ถึง วันที่ 24 มกราคม 2564 แบ่งการฝึกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ขั้นที่ 1 การอบรมพึ่งตนด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นที่ 2 การแปลทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย การออกแบบแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก การประยุกต์ ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคม ลงบนกระดาษ การสร้างพื้นที่จำลอง (Table Top Exercise) และวางแผนการปลูกป้า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อพออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น การปฏิบัติในพื้นที่จริงมีขนาด 1 งาน หรือ 412 ตารางเมตร ตามทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคมขั้นที่ 3 การสรุปและประเมินผล ทั้งนี้ มีผู้สำเร็จการฝึก จำนวนทั้งสิ้น 231 คน ซึ่งผู้ที่สำเร็จการฝึกอบรมสามารถพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ทั้งสามารถช่วยเหลือประชาชน ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้ หลังจากผู้ต้องขังที่จะรับการพ้นโทษในโอกาสต่อไป จะต้องไปดำเนินการในพื้นที่ ตามภูมิลำเนาของตนเอง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป.

ณ เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

การลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกสู่สากล

วันที่ 23 มกราคม 2564

นายศักดาพร รัตนสุภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยขณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกสู่สากล ณ ศูนย์บริการท่าเรือตำบลเขาพังบ้านเชี่ยวหลาน ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ว่า โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เป็นเงินงบประมาณจำนวน 8,833,000 บาท โดยโครงการฯ ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ได้แก่ การก่อสร้างห้องน้ำบริการนักท่องเที่ยว ท่าเรือท่องเที่ยวเทศบาลบ้านเชี่ยวหลาน , อาคารจอดเรือ ท่าเรือเทศบาลบ้านเชี่ยวหลาน , ทุ่นทางเดินลอยน้ำแพโตนเตย และทุ่นทางเดินลอยน้ำแพไกรสร นายศักดาพร รัตนสุภา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ และได้ตรวจสอบความพร้อมโครงการของอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งจะขอรับงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ด้วย ในการนี้นายวิโรจน์ โรจนจินดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ และชี้แจงความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ จะเกิดประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศชาติในภายภาคหน้าต่อไป.

ณ ศูนย์บริการท่าเรือตำบลเขาพังบ้านเชี่ยวหลาน ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

การพบปะและกล่าวให้โอวาท ข้าราชการผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรประจำ” รุ่นที่ 5/63 “เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์”

วันที่ 22 มกราคม 2564

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้พบปะและกล่าวให้โอวาท ข้าราชการผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรประจำ” รุ่นที่ 5/63 “เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์” จำนวน 10 นาย ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าพบนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรายงานตัวและรับทราบนโยบายและแนวทางปฏิบัติในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน หลังจากทั้งหมดได้ผ่านการฝึกอบรม ณ โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน (วิภาวดี) กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2564 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่อง มาตรการเฝ้าระ วังป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับบุคคลที่เดินทางเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเน้นย้ำให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม ได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนจิตอาสาในการสร้างอุดมการณ์ สร้างจิตสำนึก สร้างระเบียบวินัย สามารถเป็นผู้นำในการประสานความร่วมมือ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ และนำความรู้ที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์วิกฤติ และภัยพิบัติต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ณ ห้องศรีสุราษฎร์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

ผลงานโบว์แดง ฉก.ธารทิพย์ ฝ่ายปกครองสุราษฎร์ จับแก๊งค์พ่อค้ายาเครือข่ายภาคเหนือ ยึดยาเสพติดอื้อ เผย 2 เดือนจับแล้ว 10 ราย ยึดกว่ายาบ้ากว่า 2.5 แสนเม็ด ไอซ์กว่า 4 กิโลกรัม

วันที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 14.00 น.

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพีระ กาญจนพงศ์ ผู้อำนวยการ ปปส.ภาค 8 แถลงข่าวการจับกุมตัวนายนพร หรือพร กันแก้ว อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญ ได้ที่ขนำ ซอยสำนักสงฆ์หน้าเขา หมู่ที่ 12 ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา ยึดของกลางยาบ้า 23,138 เม็ด และไอซ์ น้ำหนัก 2,513.13 กรัม จากการสืบสวนของชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อ.เคียนซา (ฉก.ธารทิพย์) นำโดยนายอร่าม ญาณแก้ว นายอิสรินทร์ ภคพิริยะเลิศ ปลัด อ.เคียนซา ร่วมกับ ตชด.416, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.เคียนซา , ต.อรัญคามวารี , สมาชิก อส.อ.เคียนซา, และชุด ชรบ.ได้จับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่เมื่อวันที่ 8 ม.ค.และขยายผลต่อเนื่องตามจับได้รวม 4 รายให้การมีนายนพรเป็นพ่อค้ารายใหญ่ให้การรับสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.พนม สั่งมาจากนายเสืออยู่ที่ฝั่งประเทศพม่า ส่งมาโดยขนส่งบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ชุด ฉก.แหลมโพธิ์ โดยนายเจริญศักดิ์ วงษ์สุวรรณ นายอำเภอไชยา รับแจ้งจาก สภ.ไชยาว่านายสำรวม ยังอ้น ชาวประมงชายฝั่ง ได้พบวัตถุต้องสงสัย 3 ถุง ลอยอยู่บริเวณชายหาดยนิยม หมู่ที่ 2 ต.ตะกรบ จึงใช้มีดกรีดเปิดดูคิดว่าเป็นสารส้มแต่เกิดความสงสัยให้ตำรวจนำไปตรวจสอบที่ สภ.ไชยา พบว่าเป็นไอซ์ทั้ง 3 ถุง น้ำหนัก 3,100 กรัม ซึ่งจะเร่งสืบสวนหาเจ้าของ คาดว่าอาจจะเกิดเรือล่ม หรือทิ้งของกลางจากการกดดันของเจ้าหน้าที่ ในโอกาสนี้นายวิชวุทย์ และนายพีระได้มอบรางวัลให้กับชุด ฉก.ทั้ง 2 อำเภอเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดและ ปปส.รวมทั้งทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่ โดยการจับกุมทุกรายไม่ว่ารายเล็กรายน้อยสั่งให้ขยายผลทุกคดีทั้งหมดเพื่อหาที่มาและกวาดล้างจับกุมผู้เกี่ยวข้อง โดยหลังสถานการณ์โควิดผ่อนคลายอาจมีการลักลอบขนส่งมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีด่านตรวจโควิดทั้ง 4 มุมเมืองทำให้เลี่ยงไปใช้บริการขนส่งเอกชน และที่ผ่านมาชุด ฉก.ธารทิพย์ ฝ่ายปกครอง อ.เคียนซา มีผลงานสืบสวนจับกุมเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้ผู้ต้องหา 5 ราย ยึดยาบ้า 262,005 เม็ด ไอซ์ น้ำหนัก 1.226 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน รวม 2 เดือนจับกุมได้แล้ว 10 ราย รวมยาบ้า 285,143 เม็ด ไอซ์ น้ำหนัก 3,739.13 กิโลกรัมและทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่งให้ ปปส.ตรวจยึดไว้เป็นของแผ่นดิน

ณ กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!