Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีห่วงใยเด็กและเยาวชนของชาติ ฝากครูบรรจุใหม่ใช้ความรู้ความสามารถช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา

ุ่วันที่ 31 มีนาคม 2565 ณ หอประชุมครูลำยอง โรงเรียนสุราษฎร์ธานี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในการรับรายงานตัวเพื่อรับการบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกล่าวให้โอวาท แนวทางการปฏิบัติราชการแก่ผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการปฐมนิเทศเพื่อให้ข้าราชการครูบรรจุใหม่ ได้รับทราบนโยบายและแนวทางในการจัดการศึกษาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ เจตคติ และบุคลิกลักษณะในการปฏิบัติวิซาชีพ ทั้งในการปฏิบัติตน และปฏิบัติงาน ที่เหมาะสมกับวิชาชีพ

โดยผู้เข้ารับการปฐมนิเทศ จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 387 ราย ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งชันได้เพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 เขต 2 เขต 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 15 ราย ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงจัดให้มีการเลือกโรงเรียน โดยใช้ระบบ Online และเลือกโรงเรียนตามลำดับที่สอบได้

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านการสอบแข่งขันและได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ทั้ง 387 ราย นับเป็นโอกาสอันดีในการเริ่มต้นชีวิตราชการ ขอให้พึงระลึกเสมอว่าอาชีพราชการ คือการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีภารกิจที่สำคัญด้านการศึกษา คือ การยกระดับคุณภาพการศึกษา ดังนั้นครูทุกคนจึงเป็นความหวังและกำลังสำคัญของสังคม เป็นผู้สร้างอนาคตและความเข้มแข็ง สร้างศักยภาพให้กับเด็กและเยาวชน ที่พร้อมจะเติบโตไปในวันข้างหน้า เสมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทยชาติ ขอให้ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาการศึกษา สร้างเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2/2565

ุ่วันที่ 30 มีนาคม 2565 ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายศักดาพร รัตนสุภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 2/2565 ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานราชการ ระดับจังหวัด อำเภอ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบข้อสั่งการของคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เกี่ยวกับการเร่งรัดจำแนกประเภทที่ดินในพื้นที่ป้าไม้ถาวร นอกเขตป่าสวงนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ยังไม่ได้สำรวจและจำแนกประเภทที่ดินอย่างละเอียด รวมทั้งพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัด อำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ขั้นตอนกระบวนการจำแนกประเภทที่ดิน รวมทั้งหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2525 มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินดำเนินการสำรวจและจำแนกประเภทที่ดิน ในพื้นที่ป่าไม้ถาวรนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เนื้อที่ประมาณ 30 ล้านไร่ โดยกรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการสำรวจและจำแนกประเภทที่ดิน ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2525 – 2549 และผลการจำแนกประเภทที่ดินดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบและส่งมอบให้กับกรมป่าไม้และคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติดำเนินการต่อไปแล้ว

กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลด้วยโปรแกรมสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ พบว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่ป่าไม้ถาวรนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจและจำแนกประเภทที่ดิน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2525 รวมเนื้อที่ประมาณ 6.3 ล้านไร่ โดยเบื้องต้นพบว่าเนื้อที่ประมาณร้อยละ 75 ไม่มีสภาพเป็นป่าไม้แล้ว ส่วนเนื้อที่ประมาณร้อยละ 25 ยังคงมีสภาพเป็นป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน จึงได้นำเสนอเรื่องการเร่งรัดจำแนกประเภทที่ดิน ในพื้นที่ป่าไม้ถาวรนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ยังไม่ได้สำรวจและจำแนกประเภทที่ดิน เพื่อให้คณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินพิจารณา ซึ่งต่อมาคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการประชุมเรื่องดังกล่าว พิจารณาการเร่งรัดจำแนกประเภทที่ดินในพื้นที่ป้าไม้ถาวร นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ยังไม่ได้สำรวจและจำแนกประเภทที่ดินอย่างละเอียด โดยที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการสำรวจข้อมูลที่ดินที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการสำรวจจำแนกประเภทที่ดิน และรายงานผลการดำเนินการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติทราบ เพื่อกำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1  หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3  หมู่ที่ 9 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ุ่วันที่ 30 มีนาคม 2565 เวลา 09.30 น. ณ พื้นที่หมู่ที่ 1  หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3  หมู่ที่ 9 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุวาตภัยในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนหลังอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและวาตภัยในระยะนี้
จากกรณีเกิดเหตุลมกระโชกแรง ของวานนี้ (29มีค65) เป็นเหตุทำให้ต้นไม้ล้มทับถนน บ้านเรือนราษฎร และหอพัก ได้รับความเสียหายบางส่วน รวม 29 หลัง โดยเบื้องต้นทราบว่าไม่มีผู้บาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต สถานที่เกิดเหตุบริเวณซอยปราโมทย์ ซอยร่วมพัฒนา ซอยราชครู และซอยบ้านพักผู้พิพากษา ในพื้นที่หมู่ที่ 1 , 2 , 3 , 9 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือทันที โดยได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ชมรมนักศึกษาอาสากู้ชีพ-กู้ภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ให้การสนับสนุนเลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุราษฎร์ธานี ดำเนินการตัดกระแสไฟ และเทศบาลตำบลขุนทะเล

โดยวันนี้ (30มีค65) เวลา 09.30 น. นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นางอุรสา จินโต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสิทธิชัย ไทยเจริญ นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี นายกเทศมนตรีตำบลขุนทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เข้าการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุวาตภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ วัสดุก่อสร้าง ในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จำนวน 3 หลัง คือ นางศิริ กรดเกล้า อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 2.นางปราณี เซี่ยงฉิน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74 ม.1 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และ3.นางสาวพรทิพย์ นามตาปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 265 ม.1 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ในการนี้ทางเหล่ากาชาดได้มอบเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเบื้องต้นอีกด้วย สร้างความปราบปลื้มดีใจแก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ภายหลังรับแจ้งเหตุวาตภัยเกิดขึ่นในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างทันท่วงที และ ในวันนี้ตนเองก็ได้นำคณะลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยการนำสิ่งของมามอบให้พร้อมทั้งมาให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุในครั้งนี้และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และวาตภัย ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ภายหลังกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ มีประกาศให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง และประเทศมาเลเชีย ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 2 – 4 เมษายน 2565

จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วม ขอให้เตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุ ทรัพยากรกู้ภัย เครื่องจักรกล กำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน อำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนางสาวพรทิพย์ นามตาปี หนึ่งในผู้ประสบภัย เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่ไม่รุนแรงเท่ากับเมื่อ 50 กว่าปีก่อน เหตุภายุโซนร้อนแฮเรียด มหาตภัยแหลมตะลุมพุก ที่สร้างความเสียหายในส่วนของบ้านเรือนราษฎรเป็นวงกว้าง และมีเสียงที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ส่วนครั้งนี้กังวลแค่แม่วัย100กว่าปี ที่อยู่ในบ้านเท่านั้นโชคดีที่ต้นไม้ไม่ล้มทับบ้านจึงปลอดภัยกันทุกคน แต่ด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกเหล่ากาชาด พร้อมทั้งภาคส่วนต่างๆที่เข้ามาให้การช่วยเหลือทันที เพราะปกติจะติดตามภารกิจท่านผู้ว่าจากสื่อต่างๆ วันนี้เมื่อตนเองประสบภัยจึงได้รู้ว่าภาครัฐไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

 

ข้อมูลข่าวจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมอบต้นแบบลายผ้าประจำจังหวัด "ผ้ายกราชวัตรโคม" ให้กับนายอำเภอ 19 อำเภอ และกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการประเภทผ้า นำไปพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน

วันที่ 24 มีนาคม 2565 ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนางอุรสา จินโต ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมมอบต้นแบบลายผ้าประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี "ผ้ายกราชวัตรโคม" ให้กับนายอำเภอ 19 อำเภอ และกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการประเภทผ้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอด เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ค้นหาหรือออกแบบลายผ้าประจำจังหวัด จำนวน 1 ลาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำหนังสือ "ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล" เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาค้นหาหรือออกแบบลายผ้าประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2565 โดยที่ประชุมมีมติให้ผ้า "ลายราชวัตรโคมหรือราชวัตรดอกใหญ่" เป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

และเพื่อให้ผ้าลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี "ลายราชวัตรโคมหรือราชวัตรดอกใหญ่" ได้เป็นมรดกภูมิปัญญาพื้นถิ่น เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี จัดทำต้นแบบ "ผ้ายกราชวัตรโคม" ขึ้น และได้กำหนดจัดพิธีมอบต้นแบบลายผ้าให้กับนายอำเภอ และกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการประเภทผ้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แบบ "ผ้ายกลายราชวัตรโคม" ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้กับกลุ่มทอผ้าในจังหวัด ที่เป็นช่างทอผ้า กลุ่มทอผ้า และผู้ผลิตผ้า ทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค ได้นำลายไปเป็นต้นแบบและพัฒนา ต่อยอด เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่น นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาคต่อไป.

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!