Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube. 

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการฯ เป็นประธานกรรมการกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ ร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยมีกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่

วันที่ 13-14 ธันวาคม 2565 นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ ร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยมีกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ดังนี้

  1. โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 แล้วเสร็จ วันที่ 9 เมษายน 2547 และได้นำโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์เข้าใช้งานโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ วันที่ 9 เมษายน 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และศึกษาปัญหาทางด้านเทคนิค ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจากระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกทั้งเป็นต้นแบบสำหรับศึกษาแนวทางที่จะนำไปสู่กระบวนการผลิต เซลล์แสงอาทิตย์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย


โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ ผ่านแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยไม่ปล่อยของเสีย หรือสิ่งรบกวนใดๆ ที่จะก่อให้เกิดมลภาวะต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ระบบการผลิตไฟฟ้าของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสภาพมั่นคงเพิ่มขึ้น

  1. กลุ่มสตรีแปรรูปอาหารท้องถิ่นบ้านรักไทย ตั้งอยู่ที่ บ้านรักไทย หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,776 เมตร เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน บ้านรักไทย หรือบ้านแม่ออ อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนม่าร์ บริเวณหมู่บ้านมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชา รวมทั้งโรงงานผลิตไวน์ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ สมาชิกภายในชุมชนจึงจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งช่วยส่งเสริมสร้างอาชีพให้คนในหมู่บ้านและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน
  2. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแพมบก ตั้งอยู่ที่ ชุมชนบ้านแพมบก หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาชนในพื้นที่เป็นชาวไทยใหญ่ ประกอบอาชีพทางการเกษตร ได้รับการพัฒนาจากหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) พร้อมทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านการเงินและการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ สมาชิกภายในชุมชนเกิดความคิดที่จะพัฒนาให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้แหล่งท่องเที่ยวสะพานบุญ “โขกู้โส่” เป็นสะพานไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นทางสัญจรไปยังอุทยานสงฆ์ห้วยคายคีรี เป็นสะพานที่เกิดจากแรงศรัทธาของสมาชิกในชุมชนช่วยกันก่อสร้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสะพานไม่ไผ่อีกแห่งหนึ่งที่มีความงดงามและยาวมาก ใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนในการ เชื่อมโยงทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ก่อให้เกิดรายได้ให้แก่ชุมชน


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

พิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณพ.ศ 2566

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10.30 น. ณ ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

         นายชูศักดิ์  รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณพ.ศ 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช สัตว์ ประมง รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่ไปด้วย
         โดยมีนายชัยพร  นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ และนายสุริยา จามพัฒน์ ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านตาขุน (ผู้แทนนายอำเภอบ้านตาขุน) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรอำเภอทุกอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านตาขุนและอำเภอใกล้เคียงเข้าร่วมงาน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมหาแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศช่วงเทศกาลปีใหม่

วันที่ 14 ธันวาคม 2565  เวลา 13.30 น.

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และประชุมออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM ROOM เพื่อหารือแนวทางและแผนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุฯ ช่วงเวลาดังกล่าว ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ตลอดจนทุกพื้นที่ทั่วประเทศมีการจัดงานเฉลิมฉลอง งานประเพณีการทำบุญ และรื่นเริงต่างๆ ทำให้มีปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ ทั้งปัจจัยด้านคน ถนน และยานพาหนะ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ ขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทุกมิติ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและการใช้กลไกของสังคมเพื่อป้องปราม ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น

ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีถนนสายหลักที่สำคัญพาดผ่านถึง 3 เส้นทาง และระยะเวลาการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงที่ผู้ขับขี่ร่างกายอ่อนล้า และเกิดอาการง่วงนอน ประกอบกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลสู่พื้นที่มากขึ้น และได้นำเอาวัฒนธรรมตะวันตก พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาด้วย จึงเป็นเหตุให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าสถิติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ยังคงมีอัตราสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามแผนแม่บท ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2565 – 2570 ที่มีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 คน ต่อแสนประชากรภายในปี 2570

จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) “อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน Soils Where Food Begins”

จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) “อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน Soils Where Food Begins” เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม พระองค์แรกของโลก


วันที่ 14 ธันวาคม 2565  ณ อาคารศูนย์กลางการประชุม สัมมนาภาคใต้ตอนบน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “ อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน Soils Where Food Begins” โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ หมอดินอาสา เกษตรกร นักเรียนนักศึกษาและ ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม
โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำผู้เข้าร่วมพิธีถวายความเคารพและวางพานพุ่มเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น ได้กล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ กล่าวเปิดกิจกรรม และ นำผู้เข้าร่วมพิธีประกาศเจตนารมณ์วันดินโลก นอกจากนี้ ยังได้มอบเกียรติบัตรแก่หมอดินอาสาดีเด่นของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2565 จำนวน 5 ราย เพื่อเชิดชูเกียรติหมอดินอาสา ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดิน ซึ่งเป็นรากฐานของการเกษตร
ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) มีมติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556 รับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันดินโลก (World Soil Day) เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสที่ได้รับการถวายรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม"จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ เป็นพระองค์แรกของโลก ที่ทรงมีวิสัยทัศน์และปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!