Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมรับฟังความคิดเห็นกรอบแนวทางและค่าเป้าหมายแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

วันที่ 31 สิงหาคม 2565

นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไดรับมอบหมายจากนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาปรับปรุงกรอบแนวทางและค่าเป้าหมายแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จัดขึ้น ณ โรงแรมไดมอนพลาซ่า อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวของในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580 ช่วงที่ 2 พ.ศ.2566-2580) และเป็นข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางแนวทางในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ แผนงาน และประเด็นช่องว่างที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าประสงค์ของแผนต่อไป

โดยแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะ 20 ปี ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย และคุณภาพน้ำ โดยยึดหลักแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาแหล่งน้ำ การอนุรักษ์ฟื้นฟู และการบริหารจัดการเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ตันน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่ยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นที่ 19 การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรน้ำ ภายใต้กรอบแนวทางการพัฒนา 6 ด้าน ประกอบด้วย การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน และการบริหารจัดการ

สำหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี มีการดำเนินการมาแล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่งตั้งแต่ปี 2561-2565 ในการดำเนินการตามแผนต่างๆ ผลการประเมินในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีบางกลยุทธ์/แผนงาน ที่ยังดำเนินการไม่บรรลุตามเป้าหมาย มีบางกลยุทธยังไม่มีการขับเคลื่อน นอกจากนี้บางกลยุทธ์ควรต้องมีการปรับปรุงเนื่องจากแรงผลักในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น โควิด-19 ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์แรงงานคืนถิ่นหลายล้านคนสู่บ้านเกิด นำไปสู่ความต้องการใช้น้ำดินน้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตรสร้างรายได้กับแรงงานและครอบครัว , ภาวะสงคราม ที่ทำให้เกิดวิกฤตอาหารโลก นำไปสู่ความต้องการพืชอาหารบางประเภทและการใช้น้ำที่มากขึ้นในบางพื้นที่ , การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำ และภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอุทกภัยและภัยแล้ง , น้ำในเศรษฐกิจหมุนเวียนและการฟื้นตัว ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ของโลกที่สอดคล้องกับการดำเนินงาน ด้านเศรษฐกิจสีเขียว BCG ของประเทศไทย , การใช้มาตรการการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ซึ่งจะดำเนินงานร่วมกับโครงสร้างเดิมที่มีอยู่แต่สามารถรับมือกับความไม่แน่นอน จากภาวะโลกรวมในอนาคตได้ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำสมัยใหม่ หรือ digitaltransformation

นอกจากนี้ ในปี 2565 นี้ ประเทศไทยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ เพื่อให้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี มีความสมบูรณ์ครบถ้วน สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการพัฒนาประเทศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในปัจจุบัน.

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานีจับมือกลุ่มช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลน ลงพื้นที่เยี่ยมพร้อมมอบชุดนักเรียนและอุปกรณ์การกีฬาแก่นักเรียนและสถานศึกษา ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

วันที่ 30 สิงหาคม 2565  ณ หอประชุมอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายสุเชาว์ โทมูสิก นายอำเภอพนม และกลุ่มเพื่อนศิษย์เก่าโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ร่วมมอบชุดนักเรียนและรองเท้าแก่เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนในพื้นที่อำเภอพนม ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 50 คน พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาแก่โรงเรียน จำนวน 23 แห่ง ในนามกลุ่มช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับกลุ่มช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มบุคคลคนในจังหวัดสุราษฏร์ธานี รวมตัวกันบริจาคเงินกันเอง มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองนักเรียน ที่ต้องแบกรับภาระหลายด้าน ในขณะที่รายได้มีจำกัด ขณะที่เด็กนักเรียนบางคนมีชุดไปโรงเรียนเพียงชุดเดียว ไม่มีสับเปลี่ยน ต้องซักทุกวัน จึงมีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนในทุกอำเภอ เพื่อให้กำลังใจและเป็นแรงบันดาลใจแก่เด็กนักเรียนด้วย.

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี รุดลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการซ่อมแซมถนนสายปากตรัง – ห้วยหัวแปลง หลังถูกกระแสน้ำป่าพัดเสียหาย รวมระยะทางกว่า 200 เมตร

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน รอง นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี นายสุเชาว์ โทมูสิก นายอำเภอพนม ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการซ่อมแซมถนนสายปากตรัง – ห้วยหัวแปลง ที่ถูกกระแสน้ำพัดเสียหาย เส้นทางถูกตัดขาด รวมระยะทางกว่า 200 เมตร ในท้องที่หมู่ที่ 5 ตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งในวันนี้เป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าไปก่อน เพื่อให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่วนในระยะยาวทาง อบจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนที่จะก่อสร้างสะพานข้ามจุดที่เกิดน้ำป่าไหลหลากดังกล่าวต่อไป

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในวันนี้ทาง อบจ. ได้นำเครื่องจักรกลหนักลงมาเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หลังจากถนนได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำป่าไหลหลากเมื่อวานนี้ ซึ่งหลังเกิดเหตุทางอำเภอพนม ได้เอาดินมาถมจุดที่ได้รับความเสียหายในเบื้องต้นเพื่อให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ โดยในระยะยาวผู้เกี่ยวข้องจะได้เร่งเอาปัญหาตรงจุดนี้ รวมระยะทางประมาณ 200 – 300 เมตร เพื่อเอาไปบรรจุในแผนช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป.

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมคณะทำงานอำนวยการ โครงการอำเภอนำร่อง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แบบบูรณการและสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นำการเปลี่ยนแปลง กระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบ Video Conference

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 เวลา 15.00 น.

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายสนั่น ณ นุวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนางสาวโสภาวรรณ โพธิ์โพ้น นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ร่วมประชุมคณะทำงานอำนวยการ โครงการอำเภอนำร่อง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แบบบูรณการและสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กระทรวงมหาดไทย ( Chang Agent Strategic Transformation : CAST ) ครั้งที่ 3/2565 ผ่านระบบ Video Conference โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมในครั้งนี้ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 76 จังหวัด เข้าร่วม

ซึ่งในที่ประชุม มีการรับรองรายงานการประชุม คณะทำงานอำนวยการ โครงการอำเภอนำร่อง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แบบบูรณการและสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กระทรวงมหาดไทย ( Chang Agent Strategic Transformation : CAST ) ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา รวมไปถึงผลการดำเนินการจัดทำโครงการอำเภอนำร่องฯ พร้อมเสนอเรื่องเพื่อการพิจารณา ในประเด็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการอำเภอนำร่อง 76 อำเภอ ของส่วนราชการหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด และการรายงานผลการขับเคลื่อนระบบติดตามอำเภอนำร่องฯ และแผนการอบรมระบบติดตามฯและ PDPA แก่นายอำเภอนำร่องรุ่นที่ 2 เพื่อนำสู่การขยายผลทั้งประเทศ ที่จะสามารถพัฒนาศักภาพของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิผล

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!