Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

การประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 5

        นายชูศักดิ์  รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายคีรีศักดิ์  ร่างเล็ก ท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ท้องถิ่นอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
        โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุมมีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทางน้ำและทางอากาศช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมถึงเป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 65 - 4 ม.ค. 66 รวมถึงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% และแจ้งข้อราชการที่สำคัญตามระเบียบวาระการประชุมต่อไป

รองผู้ว่าราชการฯ เป็นประธานกรรมการกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ ร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยมีกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่

วันที่ 13-14 ธันวาคม 2565 นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ ร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยมีกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ดังนี้

  1. โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 แล้วเสร็จ วันที่ 9 เมษายน 2547 และได้นำโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์เข้าใช้งานโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ วันที่ 9 เมษายน 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และศึกษาปัญหาทางด้านเทคนิค ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจากระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกทั้งเป็นต้นแบบสำหรับศึกษาแนวทางที่จะนำไปสู่กระบวนการผลิต เซลล์แสงอาทิตย์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย


โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ ผ่านแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยไม่ปล่อยของเสีย หรือสิ่งรบกวนใดๆ ที่จะก่อให้เกิดมลภาวะต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ระบบการผลิตไฟฟ้าของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสภาพมั่นคงเพิ่มขึ้น

  1. กลุ่มสตรีแปรรูปอาหารท้องถิ่นบ้านรักไทย ตั้งอยู่ที่ บ้านรักไทย หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,776 เมตร เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน บ้านรักไทย หรือบ้านแม่ออ อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนม่าร์ บริเวณหมู่บ้านมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชา รวมทั้งโรงงานผลิตไวน์ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ สมาชิกภายในชุมชนจึงจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งช่วยส่งเสริมสร้างอาชีพให้คนในหมู่บ้านและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน
  2. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแพมบก ตั้งอยู่ที่ ชุมชนบ้านแพมบก หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาชนในพื้นที่เป็นชาวไทยใหญ่ ประกอบอาชีพทางการเกษตร ได้รับการพัฒนาจากหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) พร้อมทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านการเงินและการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ สมาชิกภายในชุมชนเกิดความคิดที่จะพัฒนาให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้แหล่งท่องเที่ยวสะพานบุญ “โขกู้โส่” เป็นสะพานไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นทางสัญจรไปยังอุทยานสงฆ์ห้วยคายคีรี เป็นสะพานที่เกิดจากแรงศรัทธาของสมาชิกในชุมชนช่วยกันก่อสร้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสะพานไม่ไผ่อีกแห่งหนึ่งที่มีความงดงามและยาวมาก ใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนในการ เชื่อมโยงทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ก่อให้เกิดรายได้ให้แก่ชุมชน


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

พิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณพ.ศ 2566

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10.30 น. ณ ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลพะแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

         นายชูศักดิ์  รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณพ.ศ 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตร ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช สัตว์ ประมง รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่ไปด้วย
         โดยมีนายชัยพร  นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ และนายสุริยา จามพัฒน์ ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านตาขุน (ผู้แทนนายอำเภอบ้านตาขุน) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรอำเภอทุกอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านตาขุนและอำเภอใกล้เคียงเข้าร่วมงาน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมหาแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศช่วงเทศกาลปีใหม่

วันที่ 14 ธันวาคม 2565  เวลา 13.30 น.

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และประชุมออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM ROOM เพื่อหารือแนวทางและแผนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุฯ ช่วงเวลาดังกล่าว ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ตลอดจนทุกพื้นที่ทั่วประเทศมีการจัดงานเฉลิมฉลอง งานประเพณีการทำบุญ และรื่นเริงต่างๆ ทำให้มีปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ ทั้งปัจจัยด้านคน ถนน และยานพาหนะ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ ขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทุกมิติ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและการใช้กลไกของสังคมเพื่อป้องปราม ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น

ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีถนนสายหลักที่สำคัญพาดผ่านถึง 3 เส้นทาง และระยะเวลาการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงที่ผู้ขับขี่ร่างกายอ่อนล้า และเกิดอาการง่วงนอน ประกอบกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลสู่พื้นที่มากขึ้น และได้นำเอาวัฒนธรรมตะวันตก พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาด้วย จึงเป็นเหตุให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าสถิติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ยังคงมีอัตราสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามแผนแม่บท ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2565 – 2570 ที่มีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 คน ต่อแสนประชากรภายในปี 2570

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!