Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

รองผู้ว่าราชการสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจและการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา

 

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น.

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจและการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ณ ห้องประชุม CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมีนายอภินันท์ เผือกผ่อง เป็นประธาน
การประชุมดังกล่าว จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ให้ข้อมลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อไปสู่การขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ ในประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. นอมินีถือครองที่ดินและการก่อสร้างวิลลาบนเนินเขาในพื้นที่เทศบาลนครเกาะสมุย
2. การถ่ายโอนภารกิจและการลงทะเบียนมอบทรัพย์สินโครงการกำจัดขขยะ
3. ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่บริเวณคลองลิปะใหญ่ ติดตามโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองลิปะใหญ่ หมู่ที่ 2 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย
4. ปัญหาการอนุญาตใช้พื้นที่และการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ กรณีการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เทศบาลนครเกาะสมุย

จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน

 
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ประจำปี 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีคณะองคมนตรีเข้าร่วมสังเกตการณ์และให้คำแนะนำในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความมั่นใจในการวางมาตรการเชิงรุกสำหรับแก้ไขปัญหา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากสภาวะเอลนีโญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง จึงได้กำชับทุกหน่วยงานให้เร่งเตรียมความพร้อมตามแนวทางที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำภารกิจหลัก 3 ประการ คือ การติดตามและเตรียมพร้อมป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การปรับแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาเฉพาะในแต่ละพื้นที่ และการบูรณาการความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย การติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและการพยากรณ์อากาศให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้อำเภอทุกอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามแนวทางของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ครอบคลุมทั้งช่วงก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ร่วมรายการ “แหลงข่าวชาวใต้” สื่อสารความพร้อม ทั้งด้านกีฬา ความมั่นคง และการรับมือภัยธรรมชาติ

 
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (NBT สุราษฎร์ธานี)
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมรายการ “แหลงข่าวชาวใต้” ช่วง “ผู้ว่าฯ คุยกับประชาชน” เพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญและความคืบหน้าการดำเนินงานของจังหวัดแก่ประชาชน
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” ที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจนการแข่งขันดำเนินไปอย่างเรียบร้อย สร้างความประทับใจและความภาคภูมิใจให้กับชาวสุราษฎร์ธานี อีกทั้งยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่จังหวัดเป็นจำนวนมาก และนักกีฬาสุราษฎร์ธานียังสามารถคว้าเหรียญทองได้มากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนอมินีของชาวต่างชาติผิดกฎหมาย โดยจังหวัดพร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ของคนไทย
พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำการดูแลสุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูฝน ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังโรคที่มากับฤดูฝน ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวนด้วย

จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดพิธีวางพวงมาลา “วันอาภากร” วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประจำปี 2569

 
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.59 น. ที่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปากน้ำตาปี อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานพิธีวางพวงมาลาและถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือวันอาภากร ประจำปี 2569 โดยมีนายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และภาคประชาชนเข้าร่วม
"วันอาภากร" ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยปีนี้ (19 พฤษภาคม 2569) ได้เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 103 ซึ่งพระองค์เป็นที่เคารพของทหารเรือไทย และปวงชนชาวไทยในฐานะที่ทรงเป็นผู้วางรากฐาน และพัฒนากิจการกองทัพเรือไทย ทรงได้รับสมัญญาเป็น “องค์บิดาแห่งกองทัพเรือ” พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อ 19 ธันวาคม 2423 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวงทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ทรงมีจุดประสงค์แรงกล้าจะฝึกให้ทหารเรือไทยเดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และสามารถรบทางเรือได้ ภายหลังสำเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไขปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ และริเริ่มการใช้ ระบบการปกครองบังคับบัญชา ตามระเบียบการปกครองในเรือรบ คือแบ่งให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชาชั้นรองลงมา
ทั้งนี้ ได้ทรงจัดเพิ่มวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือขึ้นเพื่อให้สำเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้ำลึกได้แก่ การเดินเรือ ดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ เรขาคณิต พีชคณิต นอกจากนี้ ยังมีพระปรีชาด้านการแพทย์ ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังและใช้เวลาหลังทรงเกษียณเสด็จไปรักษาโรคแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน จนกระทั่งชาวจีนย่านสำเพ็งซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเรียกพระองค์ท่านว่า “เตี่ย” (พ่อ) ซึ่งต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย”ขณะที่คนไข้ชาวไทยมักเรียกพระองค์ว่า “หมอพร” และเมื่อพระองค์ สิริพระชันษาได้ 42 ปี ก็ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรี ปากน้ำเมืองชุมพร เมื่อ 19 พฤษภาคม 2466
Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!