Accessibility Tools

A A A

messenger  facebook  youtube

Google Translate Widget by Infofru

Author Site Reviewresults

การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 13.30 น.  ณ.ห้องประชุมชั้น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายมนตรา พรมสินธุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอกาญจนดิษฐ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้แต่งตั้งผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่รวมผลและรายงานคะแนน จำนวน 2 คน ทำหน้าที่ยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง จำนวน 2 คน เห็นชอบแต่งตั้งผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.เลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 6 คน ทำหน้าที่เป็นวิทยากรในวันอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในวันที่ 20-21 เมษายน 2566 และวันเลือกตั้ง 23 เมษายน 2566 เห็นชอบบุคคลด้านการรับและส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้งและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 8 คน เห็นชอบแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 2 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยระหว่างขนส่งบัตรเลือกตั้ง เห็นชอบแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของ อบจ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 1 คน เพื่อช่วยเหลืองานด้านธุรการ ประสานงานต่างๆ และเห็นชอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมใส่บัตรเลือกตั้งแล้ว

การประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผลกระทบ และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณี เรือโดยสารของบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น.

นายมนตรา พรมสินธุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผลกระทบ และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณี เรือโดยสารของบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด ตะแคงล่ม เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2566 ณ ห้องประชุมตาปี ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 4 โดยมีนางพรศรี มิ่งขวัญ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 14 สุราษฎร์ธานี นายวิชัย สมรูป ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 สุราษฎร์ธานี นายประมวล เทศนา เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี นายกำพล ลอยชื่น ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายบุญเรือง หลงละลวด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี น.อ.สมภพ ศรีสุกใส หัวหน้าศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเวทิน พุ่มอินทร์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ นายอำเภอดอนสัก ผู้แทนบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวร่วมประชุม

สุราษฎร์ธานีขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน

วันที่ 18 เมษายน 2566  เวลา 13.30 น.  ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้แทนคณะสงฆ์และหัวหน้าส่วนราชการตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ผ่านระบบ ZOOM โดยประชุมร่วมกับส่วนกลางและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ในการขับเคลื่อนตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3 ฝ่าย โดยการนำหลักการ "บวร" ไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรม 1 ตำบล 1 ถนสายวัฒนธรรม กิจกรรมพลัง "บวร" จิตอาสาพัฒนาวัดและชุมชน และกิจกรรม 1 ตำบล 1 วัด 1 คลังยาและอาหาร


ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ระหว่างฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม กระทรวงมหาดไทย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการกำหนดพื้นที่และเป้าหมายการพัฒนาของชุมชน ร่วมกันสร้างพื้นที่ต้นแบบและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งขับเคลื่อนและช่วยเหลือสังคมให้เกิดความสุขอย่างยั่งยืน โดยมีจังหวัดอุบลราชธานีเป็นต้นแบบการขยายผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้จังหวัดอื่นนำไปปฏิบัติ

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูภูมิปัญญาในเรื่องการหาเลี้ยงชีพที่ตรงกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์สู่ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง” ไปสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน และเพื่อเชื่อมประสานความร่วมมือของวัด ชุมชน โรงเรียน และส่วนราชการ สู่การพึ่งพาตนเองอย่างเข้มแข็ง และช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อร่วมมือกันระหว่างคณะสงฆ์ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครทุกภาคีเครือข่ายในการพัฒนาสังคม ชุมชน ให้มีความสุขร่มเย็นและขับเคลื่อนช่วยเหลือสังคม เพื่อให้คนไทยมีความสุขกาย สุขใจเพิ่มมากขึ้นและยั่งยืน.

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยส่วนราชการ ร่วมส่งมอบ อินทผลัม แก่มัสยิด 52 แห่งทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแจกจ่ายให้พี่น้องชาวมุสลิมใช้ละศีลอด ในเดือนรอมฎอน อันศักดิ์สิทธิ์ สานสัมพันธ์พหุวัฒนธรรม

วันที่ 18 เมษายน 2566  ณ มัสยิดยาเมี๊ยะอ์ ตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัด สุราษฎร์ธานี

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานส่งมอบ อินทผลัม จำนวน 52 ลัง ให้กับ นายสมนึก เหมประพันธ์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจน อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวมุสลิม เพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจละศีลอด ยัง 52 มัสยิด ทั่วจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเดือนรอมฎอน ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงประมาณวันที่ 20 เมษายน 2566 โดยมี นายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ นายบุญเรือง หลงละลวด หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี จ่าเอกพิรพร อุลิตผล วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ร่วมส่งมอบอินทผลัม อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังชาวมุสลิมด้วยความจริงใจ ตลอดช่วงเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1444
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เดือนรอมฏอนถือได้ว่าเป็นเดือนที่แสนอันประเสริฐของพี่น้องชาวมุสลิม ในการปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดที่มีเพียงปีละครั้ง ซึ่งมีความสำคัญต่อพี่น้องมุสลิม เนื่องจากเดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอาน อีกทั้งเป็นเดือนแห่งความเชื่อมั่นที่พี่น้องมุสลิมจะปฏิบัติตามศาสดามูหะมัด อย่างเต็มความสามารถด้วยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง รวมทั้งไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติ โดยการถือศีลอดถือเป็นการฝึกความอดทน อันนำไปสู่ความเข้มแข็ง ทั้งทางร่างกายและจิตใจทำ และเป็นการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง อีกทั้งเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์อันดี และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม


ข่าว/ภาพ – ส.ปชส.สุราษฎร์ธานี

Copyright © 2021  www.suratthani.go.th

AChecker accessibility checker compliance: WCAG 2.0 (Level AAA) Valid CSS!